Ben's profileคนธรรมดามากๆคนนึงPhotosBlogLists Tools Help

Ben Chomwijidra

Occupation
Location
Interests
Have a ordinary life. Live and Learn
August 20

เพียงแค่ประโยคเดียวสติก็กลับมา

เราไม่ได้เกิดมาเพื่อจะให้โลกเตะเราไปซ้ายทีขวาที เราเกิดมาเพื่อที่จะมีความสุขเท่าที่เราควรจะมี คุณอ้อยได้แบ่งปันเอาไว้ และเราก็จำมาเพราะเราก็เห็นด้วยอย่างสุดใจ ตื่นนอนทุกวันก็เอาประโยคนี้บอกตัวเองให้เข้าใจตัวเอง ไหลไปตามกระแสของโลกได้ แต่เราต้องมีสติรู้ว่ากำลังทำอะไร กำลังคิดอะไร เพื่อจะได้ไม่หลงทางหรือจับเอาเพียงแค่กระพี้อารมณ์ที่เกิดขึ้นตามกระแสทำให้เป็นทุกข์นะ เหมือนตอนดูหนังเรื่อง Le Premier Cri...the first cry หนังเรื่องนี้ทำให้เราได้เห็นการคลอด การสืบเผ่าพพันธุ์ของมนุษยชาติ ในแต่ละส่วนของโลกใบนี้ วิถีชีวิตคนคนมันเปลี่ยนไปนะ เราดูโง่เง่ามาก กับเรื่องที่เป็นธรรมชาติของเรามาก เช่นร่างกายของเราเอง การมีลูก การเลี้ยงลูก เรามีความคิดขึ้นมาเองว่าสิ่งเหล่านี้มันแทบจะไม่ต้องสอนกันเลย มันติดตัวมามันเรียกว่าสัณชาตญาณ แต่มันกลับกลายเป็นพิธีกรรมอะไรสักอย่าง เป็นระบอบระเบียบอะไรก็ไม่รู้ เมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์อื่นบนโลกเดียวกับเรา เรามีความรู้เรื่องนอกตัวเหนือสัตว์อื่นอย่างชัดเจน แต่เรากลับช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในเรื่องที่มันเป็นธรรมชาติแห่งเรา เช่นเราไม่อยากเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตของทั้งแม่และลูกโดยการคลอดในโรงพยาบาล เหมือนเราป่วยเป็นโรคตั้งครรภ์  เรากลัวเป็นแม่นากนี่เราเป็นอะไรกันไป
เราไม่ได้มีชีวิตเพื่อชีวิต แต่เรากลับมีชีวิตเพื่ออะไรข้างนอกมาก ถึงมากที่สุด ในหนังมันเปรียบแทบการคลอดในทวีปต่างๆ ชนเผ่าต่างๆ ยิ่งประเทศที่มีความรู้มาก หรือเรียกได้ว่าพัฒนาแล้ว เรากลับผลักภาระทางธรรมชาติออกไป สังคมโดดเดี่ยวเช่นสังคมเผ่าเร่ร่อนในทะเลทราย หรือเผ่า อินเดียนในแอมะซอน มันดูธรรมชาติมาก เรียบง่าย ผมออกมาเหมือนกันคือการสืบเผ่าพันธุ์ของตนเอง
เราสงสัยวิถีการใช้ชีวิตของมนุษย์บนโลกตอนนี้ มันเป็นวิถีชีวิตที่ถีบตัวเองไปอยู่อีกฝากหนึ่งตรงข้ามกับธรรมชาติ เราพยายามจะควบคุม เอาชนะ พยายามจะทำนาย เพื่อปกป้องผลประโยชน์และอารายธรรมของตัวเอง แต่ถามว่าเราจะหยุดกลไกการล่มสลายเหล่านี้ได้ไหม เราไม่รู้ แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ได้หรอก เพราะธรรมชาติสร้างเรามา และเมื่อมันถึงเวลาธรรมชาติก็จะเอาเราไป เพราะเราเป็นแค่ส่วนหนึ่งของธรรมชาติ สักวันเราคงต้องตายกันหมด แต่โลกใบนี้จะยังอยู่ ก็จะเกิดอารายธรรมใหม่ๆ เราจะกลายเป็นยุคโบราณให้เค้ามาศึกษาและขุดค้นกันอีก โลกจะต้องรองรับชีวิตใหม่ๆ ต่อไปเรื่อยๆ บางทีเราแค่สงสัยว่าความสามารถเหล่านี้มันหายไปไหน ความสามรถในการดูแลตัวเอง ความสามารถให้การเอาชีวิตรอด เพราะธรรมชาติจะคัดเลือกพันธุกรรมที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมนั้นให้คงอยู่ต่อไป อยากเรียกความสามรถเหล่านั้นกลับมา คิดไปเองนะ ว่ามันอยู่ในกลีบสมองเรานี่แหละ แต่เราไม่เคยคิดจะเอามาใช้เพราะมันลำบาก มันเสี่ยง เสี่ยงทั้งชีวิตเสี่ยงจากการที่จะถูกดูแคลนจากคนในสังคมประชาคติ สงสัยชั้นจะว่างเกินไป แต่ถ้าความสามารถเหล่านั้นอยู่ในตัวเราจริงๆ ไม่เสียดายกันบ้างเหรอ ที่เราไม่นำเอามันออกมาใช้ ผมรู้สึกว่าผมเสียดาย ผมอยากตามหาหรือค้นหามันในตัวเรานี่แหละ น่าสนุกใช่หยอก
July 13

Quotes of mine

บางครั้งเรากลัวคนอื่นจะมองเราไม่ดี แต่เราไม่เคยกลัวที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง ความกลัวจะหยุดยั้งเรา จะกลืนกินเรา เราจะหาคำปลอบโยนตัวเองว่าได้แค่นี้ก็ดีแล้ว ทั้งที่เรายังไม่เคยออกไปหาคำตอบที่สุดของมัน เรากลัวความจริงที่จะได้รับ ความจริงของความจริงคือความเจ็บปวด พอๆกับ ความแน่นอนของความแน่นอนคือความไม่แน่นอน
 
ชีวิตนี้มันเป็นของเราไม่ใช่หรือ จะต้องให้ใครมาบอกด้วยรึ ว่าเราควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร หรือว่า เราทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ตัวเองหรือที่จะบอกขีดจำกัดของตัวเอง ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่มีหรอกขีดจำกัดที่ว่า มันมีแต่ใจที่อยากจะทำ หรือไม่อยากจะทำ ใครหลายคนบอกว่าก็มันเลือกไม่ได้ ปล่าวหรอก อย่าลืมสิว่า การเลือกไม่ได้มันก็คือการเลือกแล้วที่จะไม่เลือกต่างหาก เหตุผลต่างๆที่ยกมาพูดนั้นล้วนแล้วแต่สนับสนุนสิ่งที่อยากทำให้มันมีน้ำหนักในสายตาคนอื่น แต่ในสายตาของเรานั้นมันคือความอยากที่จะทำ หรือเลือกที่จะทำไม่ว่าผลของมันจะเป็นความเจ็บปวดก็ตาม
June 25

ไม่รู้จะต้องชื่อว่าอะไร

เพื่อนรุ่นน้องนัดไปพบ เพื่อปรึกษาแผนการตลาด เข้าใจว่าน้องจะเปิดกิจการทำธุรกิจของตัวเอง ด้วยความที่คิดว่าตนเองอาจจะเป็นประโยชน์แก่ เพื่อนมนุษย์บ้าง เลยตัดสินใจจะช่วย ไปปุ๊บก็ไปนั่งฟังนะครับ ด้วยใจจดจ่อ ใคร่รู้ จับประเด็น ว่าใคร จะทำอะไร ที่ไหน อย่างไร สรุป มันคือการตลาด แอมเวย์ เค้าเปลี่ยนวิธีการไปเยอะนะ เดี๋ยวนี้ก่อนจะเข้าแผนการตลาดก็ร่ายยาวมาแต่บริษัทผลิต นั่นนี่ สุดท้ายก็โยงมาถึงการทำธุรกิจการทำแอมเวย์ อย่างถูกต้อง เราก็ อืมๆๆๆ โดยคอนเซปท์แล้วดีมากนะ ลงทุนต่ำ ผลตอบแทนกินไม่หมด และชีวิตก็มั่นคง เข้าไปในศูนย์ก็พบชายหน้าตาสะอ้านด้วยเครื่องสำอางค์ หนักกว่าชั้นอีก แล้วเข้ามาคุยกับเราอย่างสนใจ ในตัวเรา เห็นความสำคัญเรา มาสนใจใส่ใจ รู้สึกดี๊ดีนะ แต่โดยสันดานงานประเภทนี้ไม่เหมาะกับเรา ชีวิตเราคือการทำงานหนักเพื่อแลกมาด้วยเงินทองในการเลี้ยงชีพ อย่างพอใจและภูมิใจ มีน้อยก็ใช้น้อย ไม่ได้ถามหาความมั่นคงทางการเงิน ไม่เคยเลยสักวินาทีในชีวิตที่เราจะถามหาความมั่นคง เพราะเราไม่เชื่อว่ามันมี เหมือนที่เราไม่เชื่อว่ามีชีวิตที่ดีที่สุด มันมีแต่ชีวิตที่เหมาะสมที่สุด และความเหมาะสมนี้อยู่ที่เรา สภาพร่างกาย สภาพจิตใจ สภาพวิญญาณและเวลา ความรู้สึกแรกคือ ทุกท่านในที่นั้นมีความคิดรวบยอดอันเป็นสิ่งเดียวกัน ทุกคนถูกป้อนข้อมูลโดยอยู่บนพื้นฐานของความไม่พึงใจในชีวิตที่ต้องทำงาน และที่เป็นอยู่ ทุกคนทำงานตอนนี้เพื่อจะไม่ต้องทำอีกต่อไปแล้วเรียกสิ่งเหล่านั้นว่าความมั่นคงในชีวิตซึ่งมันก็โอเค แต่มันไม่ใช่สำหรับทุกคน อย่าลืมว่ามันเป็นแค่การตลาดแบบนึงที่ทุกคนถูกใช้เป็นพรีเซนเตอร์โดยไม่รู้ตัว กล่าวประณามว่าการที่สินค้าใดๆโฆษณาในสื่อด้วยค่าตัว พรีเซนต์เตอร์แพงๆนั่น เหมือนเราถูกเอาเปรียบโดยการ เพิ่มค่าการตลาดเหล่านั้นลงไปในสินค้า เราเห็นว่าความคิดแบบนี้ไม่แฟร์ บอกแล้วว่าไม่มีการตลาดแบบไหนที่ดีที่สุด มันมีแต่เหมาะสมที่สุดเท่านั้นเอง อย่านำไปสู่การแบ่งเขาแบ่งเรา อย่าไปประณามว่าการโฆษณานั้นทำให้ผู้บริโภคอย่างเราต้องรับภาระโดยไม่ควร มองอีกแง่แล้วถ้าไม่โฆษณาแล้วจะให้เค้าสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างไร แล้วบริษัทโฆษณาที่รองรับอีกเล่าจะอยู่อย่างไร อย่าปฏิเสธนะว่า  ท่านไม่ได้โฆษณาและก็อย่าปฏิเสธนะว่าราคาสิ่งของเหล่านั้นไม่ได้ถูกผสมลงไปในราคาสินค้าท่านด้วย มันยิ่งตอกย้ำเราลึกลงไปอีกถึงกระบวนการคิดแบบทุนนิยม เงินคือความมั่นคง หนังสือพัฒนาตัวเอง พ่อรวยลูกรวย การสร้างความสมดุลย์แก่ชีวิต คือเราไม่ได้มีความคิดแบบกึ่งสำเร็จรูปแบบนั้นอ่ะ ไม่ได้มีรูปแบบที่ชงในน้ำร้อนแล้วกินได้เลย เรามองว่าชีวิต หรือการใช้ชีวิตมันคืองานศิลปะ การซึมซับความสัมพันธ์ การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ จากคนสู่คน จากคนสู่สิ่งแวดล้อม การได้รับรู้ถึงความรู้สึกเจ็บ ปวด ร้อน เย็น สุข ทุกข์ หิว อิ่ม การยืดอกยอมรับความผิดพลาด การเชิดคางภูมิใจในตัวตน ไม่ใช่เพราะเรามีเงินนั่นคือสิ่งสำคัญ เราไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ดี หรือไม่คิดจะทำ แต่ตอนนี้เรายังไม่เห็นว่ามันสำคัญสำหรับเรา เราขอใช้ชีวิตแบบที่เป็นแบบนี้แหละ อย่างน้อยชั้นก็เรียกได้ว่ามีคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างชั้น
June 22

หากมันจะต้องเปลี่ยนไป ใครห้ามได้

ได้รับอีเมล แบบนี้ติดๆกันแล้วงัยเหรอ อีเมลว่าด้วยการวิเคราะห์วิพากษณ์ โดยความรู้ที่คนที่ชื่อนิติภูมิ ได้ให้ไว้ นิติภูมิเป็นใคร จบดอกเตอร์จากรัสเซียแล้วงัยเหรอ ใครๆก็จบปริญญาเอกได้นะถ้าอยากเรียนจะใฝ่รู้ เค้าเคยพูดเอาไว้ว่าอินโดจะแยกเป็นประเทศต่างๆ แล้วงัย แล้วงัย แล้วงัย มันอาจจะเหมาะสมที่สุดของอินโดในเวลานี้ก็ได้ การเป็นชาติคืออะไร ถ้าชาติคือสิ่งที่เป็นๆๆๆๆ เห็นๆๆๆๆ กันอยู่ทุกวันนี้ ชีวิตน่าเบื่อ ไม่มีอะไรดีขึ้น ก็แยกเป็นชาติเล็กๆบ้างก็ดีนะ คิดกันให้ดีๆ ว่าหากมันจะต้องเปลี่ยนไป ก็ต้องเปลี่ยน มันไม่ใช่สิ่งที่เราเป็นตัวแปรคนเดียวในเรื่องความเป็นชาติ ใครเป็นคนไทยอ่านให้ดี ไม่อ่านฟอร์เวิร์ดก็ยังดี เป็นคำพ่วงมากับอีเมลนั้น อ่านแล้วมันขัดใจหว่ะ มึงเป็นห่าอะไรกันมากรึปล่าว กาลามสูตรช่วยพวกท่านได้โปรดศึกษาด้วยเถิด แล้วตามด้วยพรหมวิหารสี่ สำทับด้วยอิทัปปัฎจัยตา แล้วปฏิทจสมุปบาท นะ แล้วเอาไปเข้ากระบวนการ อาณาปณสตินะ แล้วกลั่นมันออกมาเป็นองค์ความรู้แห่งตน บัดนั้นจงปฏิบัติ ของให้พวกท่านทั้งหลายจงพบหนทาง สะอาด สว่าง สงบ... มีจิตอันเป็นกุศล รำงับจากอวิชชา สาธุ สาธุ
June 18

เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น

ไม่มีเรื่องอะไรจะเล่าหรอก ช่วงนี้ชีวิตราบเรียบ ใชชีวิตนิ่งๆเรื่อยๆ เบื่อหน่ายกับเรื่องไม่เป็นเรื่องของมนุษย์ เคยรู้สึกกันบ้างไหมว่าเรา ดีดดิ้น ดิ้นรน เป็นทุกข์กับเรื่องที่ไม่จำเป็นทั้งนั้น เราแส่ส่ายไปหามาสร้างความลำบากให้แก่ตนเองทั้งสิ้น เราเริ่มคิดที่จะเบียดเบียนกัน เราปกป้องของของเราจากผู้อื่นโดยที่ยังไม่แน่ใจเลยว่าของที่เราหวงแหนปกป้องนั้นเป็นอะไร พูดให้น้อย พิจารณาให้มาก มองให้ทะลุ รู้แล้วก็ปรับทัศนคติ มองมันอย่างที่มันเป็น แทนที่มองมันอย่างที่เราอยากให้มันเป็น แล้วเราก็จะเห็นธาตุของมัน จนละวาง ขอเล่าตัวอย่างให้ฟังสักหนึ่งตัวอย่าง เมื่อสองวันที่แล้วไปออกเดทมากับคนๆนึง เจอกันเพราะเพื่อน คุยกันก็ถูกคอดี รูปร่างหน้าตา การศึกษา รสนิยม ทัศนคติก็ไม่เลว และก็ไม่ต่างกันมาก คุยกันแล้วรู้สึกดีๆก็เลยมาออกเดทกัน แต่ในระหว่างเดททุกๆสิบนาที หรือไม่ก็พูดเรื่องอะไรขึ้นมาก็จะพูดถึง สมัยอยู่กับแฟนเก่า บลาๆๆๆ แต่เค้าก็ยังยืนยันว่าเค้าโสดและพร้อมที่จะมีคนใหม่และอยากให้เราไปพิจารณา ก่อนกลับบ้าน เราเองก็บอกกับเค้าไปตรงๆว่า คนที่ควรพิจารณาคือคุณ คุณโสดแต่ตัวแต่หัวสมองยังมีแฟนเก่าอยู่ ถ้าคุณยังรักและโหยหาก็กลับไปหาเค้า ไปแก้ไขสิ่งที่เคยร่วมกันทำพลาดไป หรือไม่ ต้องลืมมันและเริ่มต้นใหม่ ยินดีที่ได้รู้จัก สวัสดี ประเด็นที่เล่าเรื่องนี้ไม่ใช่อยากให้โฟกัสเรื่องของเค้าที่ใจไม่โสด ยังติดอยู่กับความรู้สึกของเค้า อันนั้นมันเรื่องของเค้า แต่เราต่างหากที่ไม่ปล่อยให้อารมณ์ถูกใจเค้า เคลิ้มเค้าจนอยากเข้าไปประครองใจเค้า ให้เค้าหายเจ็บแล้วเริ่มต้นใหม่กับเรา ปล่าวเลยเรื่องนี้ให้เราทำดีแค่ไหนก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีของความสัมพันธ์ เรามองเค้าออก มองขาดและกล้าที่จะพูดอะไรตรงๆ ก็มันเป็นเช่นนั้น อีกอย่างไม่อยากที่จะต้องกลายเป็นที่พึ่งของใคร เพราะเราเองก็มีเรื่องของตัวเองต้องเรียนรู้ ต้องจัดการมากมาย เวลางวดลงทุกที แต่ไม่เคยกลัวเลย เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น
May 21

จบสิ้นเสียทีนะ ดราม่าชีวิต

เมื่อตอนบ่ายได้เคลียร์ปัญหาชีวิตเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งจบไปแล้ว ในที่สุดเราเองนั่นแหละที่ควรจะต้องปล่อยมือเสียที ได้แต่บอกตัวเองว่า เราได้พยายามถึงที่สุดแล้ว บอกแล้วใช่ไหม ว่าปล่อยผมไปเถอะและแล้วสักวันเมื่อผมเหนื่อยจนทนตัวเองไม่ไหว ผมจะหยุดเอง วันนั้นก็คือวันนี้เอง หมดแล้วแรงที่จะสู้เพื่ออะไรสักอย่าง เพื่อใครสักคน ความน่าจะเป็น ศูนย์จุดกว่าๆ ไม่ได้แปลว่ามันไม่มี ผมเลยลองดู และก็ได้ลองมาเป็นปีทีเดียว ได้แต่บอกตัวเอง ปล่อยวางแล้ว และขอได้อย่ามีอะไรให้มันต้องกลับมาคิดวนเวียนอีกเลย นั่งทบทวนช่วงเวลาที่ผ่านมาเกือบปี ดูแล้วก็สมเพชตัวเองไม่น้อย แต่ก็ได้บอกกับตัวเองไว้แล้วว่าจะพยายามให้ถึงที่สุด เหมือนชะตาชีวิตพัดพา แต่ก็เป็นประสบการณ์ดีๆ เรามีความทรงจำดีๆไม่น้อย ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำ ได้ไปในที่ที่ไม่เคยไป รักชีวิตตัวเองจริงๆ มันมักจะมีอะไรมาให้ทดสอบอยู่เรื่อย อะไรที่มันไม่เกิด หรือไม่คิดว่าจะเกิดมันก็วิ่งเข้ามาชน จนบางทีเราก็ไม่รู้ตัว สัจธรรมคือมันมาแล้วก็จากไป เป็นธรรมชาติมาก พอแล้ว พอแล้วจริงๆ คงปล่อยตัวเองว่างๆ โปร่งๆแล้ว ใช้ชีวิตไปวันๆอย่างมีความสุขที่สุด มันก็แค่นี้เองนะจริงๆ เรื่องนี้มันเริ่มต้นที่เรา และมันก็จบที่เรา เราทำมันไปแล้วสบายจัง ไม่มีอะไรค้างคาแล้ว ที่สมควรพูดก็ได้พูดไปหมดแล้ว ความรู้สึกทั้งหมดก็ได้ส่งมันออกไปแล้ว เราต้องอยู่ต่อไปและจะใช้ชีวิตที่เหลือตามฝันของเราต่อไป ไม่มีอะไรหรือใครจะมาฉุดเราได้อีกแล้ว คงอีกไม่นานตั้งใจว่าจะย้ายไปในที่ๆอยากไป ให้ห่างและเปลี่ยนสังคมเดิมๆ ไปอยู่ในที่ใหม่ ชีวิตมันสั้นนัก และเราก็มีโอกาสเลือก อย่าจำนนต่อกรอบความคิดที่เรามากำหนดข้อจำกัดในการใช้ชีวิตของตัวเอง เราเป็นอิสระจากความกลัว ความเกรงใจ ความเสียดายความสัมพันธ์ดีๆ เสียที พรุ่งนี้ตื่นมา ขอพบกับวันใหม่ๆ ชีวิตใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ และเริ่มต้นวันแบบนับถอยหลังถึงจุดจบชีวิต ขอบคุณใครหรืออะไรก็ตามที่ผ่านเข้ามาในยี่สิบเก้าปี ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นมาในชีวิตเป็นสิ่งมีค่าทั้งนั้น ทำให้ผมได้เป็นผม ได้หล่อหลอมความคิด ความกล้า ให้ดำเนินชีวิต อย่างเป็นมนุษย์ที่สุด  ลาก่อน the same old me!
 
May 05

ผมจะใช้ชีวิตที่เหลืออย่างดีที่สุด

เมื่อสามอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นช่วงชีวิตที่เต็มไปด้วยเรื่องราว มากกว่าเรื่องราวรวมๆของปีที่แล้วทั้งปีอีก ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องกระทบความรู้สึก เครียด สับสน หนักมาก หนักจนมีบางขณะที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตต่อ ดูมันเลอะเทอะและเกินพอดีไปเสียหมด  จนถึงจุดๆนึงมันชักไม่ไหวแล้ว เราต้องทำการเคลียร์มันออกมา ได้ใช้เวลาทั้งวันเขียนเรื่องที่รบกวนจิตใจทั้งหมดใส่กระดาษ ความรู้สึกทั้งหมดที่มันเอ่อล้น เขียนไปก็ร้องไห้ไป บ้าดี แล้วก็นั่งปล่อยอารมณ์มองฟ้า กับกาแฟรสขมจัดของโปรด หยิบนั่นหยิบนี่มาเปิดอ่าน หยิบแผ่นกระดาษเล็กๆที่ซุกไว้ในกระเป๋าเงินมาสิบกว่าปี เป็นกระดาษใบสุดท้ายที่คนที่รักเรามากที่สุดคนนึงในโลกเขียนให้ก่อนเค้าจะไม่อยู่ ยังเก็บไว้ แต่เรื่องทั้งหลายก็ทำให้เราลืมไปว่าเรามี จนหยิบมันขึ้นมาอ่าน ความคิดเปลี่ยนไปในทันทีที่ได้อ่าน เพราะภาพและความทรงจำทำให้เรายิ้มออก วันนั้นเป็นวันที่ชั้นได้รับความสำเร็จในชีวิตและกระดาษแผ่นนี้เขียนไว้ก่อนเค้าจากไปไม่กี่วัน "นับวันยิ่งห่างไกล แต่จะคอยดูและคอยภูมิใจกับทุกๆความสำเร็จที่คุณ" หลังจากที่เห็นกระดาษแผ่นนี้เสียบไว้หน้ารถก็จะแอบเอาออกมาให้กำลังใจตัวเองยามหมดแรง เพราะคนเขียนได้ให้กำลังใจที่ดีมาโดยตลอดจนวันที่เค้าไม่อยู่ตลอดไป ไปงานรดน้ำศพเราเดินเข้าไปหา แล้วบอกว่า เราสัญญาว่าจะใช้ชีวิตที่เหลือให้ดีที่สุด ให้คุณได้ภูมิใจ และจะใช้ชีวิตที่มีเผื่อนะ เพราะคุณดูจะมีเวลาบนโลกน้อยเกินไป เปิดทีวีก็ได้ยินเสียงให้กำลังใจ เราไม่ได้เกิดมาเพื่อจะให้โลกเตะไปซ้ายทีขวาที เราเกิดมาเพื่อนจะมีความสุขเท่าที่เราสมควรจะมี หายคลั่งเลยครับ หายเป็นปลิดทิ้ง หายจากพันธนาการทั้งปวง และจะจำขณะนั้นไว้ให้มั่น จะไปคลอนแคลนอีกแล้ว สบายใจที่สุด เหมือนแก้ปมเชือกที่ผูกไว้เองจนหมด สงบที่สุด เพราะเราได้ให้สัญญากันไว้ว่า ผมจะใช้ชีวิตที่เหลือให้ดีที่สุด
 
No list items have been added yet.

Quote of the Day

Loading...

Weather

Loading...

Horoscopes

Loading...

คนธรรมดามากๆคนนึง